กลับไปหน้ารายชื่อกระทู้ ตอบกลับ เริ่มโพส

วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม อ.เสมิง จ.เชียงใหม่









รวมวิดีโอที่เกี่ยวข้อง

ดอยผาส้มเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ อยู่ในอำเภอสะเมิงมาช้านานแล้ว เป็นดอยสูงตั้งอยู่ที่รอยต่อตำบลแม่สาบและตำบลยั้งเมิน เมื่อครูบาศรีวิชัยได้จาริกมาที่สะเมิง ท่านได้ร่วมกับครูบาอุปาระ สร้างพระสถูปใหม่ในที่เดิม เมื่อราว 70 กว่าปีที่ผ่านมา

      ในปี 2548 คณะสงฆ์นำโดยพระพุทธพจนวราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวง เชียงใหม่ ได้ร่วมกันบูรณะพุทธสถานแห่งนี้ให้มีชีวิตชีวาขึ้นมาใหม่ โดยได้รับความศรัทธาจากชาวบ้านบ้านอมลอง อังคาย และยั้งเมิน ทั้งยังมีศรัทธามาจากพุทธบริษัทจากทั่วสารทิศ

      ร่วม กันสร้างพระมณฑปจัตุรมุข ครอบพระสถูป น้อมเกล้าฯ ถวาย เป็นพุทธบูชา และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาส พระชนมายุครบ 80 พรรษาในปี พ.ศ. 2550 โดยมีพิธีประดิษฐานพระบรมสาลีริกธาตุบนยอดมณฑป เมื่อปี พ.ศ. 2549        



      ปัจจุบัน วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม มี พระสรยุทธ ชยปัญโญ รักษาการเจ้าอาวาส ได้น้อมนำแนวพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่อง “บวร” ซึ่งหมายถึง บ้าน วัด โรงเรียน มาใช้เป็นหลักในการพัฒนาทั้งได้อาศัยแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เน้นการพึ่งพาตนเองเป็นหลัก และได้ทำกิจกรรม 4 ด้าน ดังนี้

      การอนุรักษ์ป่าไม้ ต้นน้ำลำธาร ดำเนินการทำฝายแฝก ได้รับการสนับสนุนจากโครงการรณณรงค์สร้างฝายต้นน้ำลำธาร และแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ และกองกำลังจากกองทัพภาค 3 และอื่นๆ เพื่ออนุรักษ์ต้นน้ำและรักษาความชุ่มชื้นและใช้เป็นแนวป้องกันไฟเปียก

       การพึ่งพาตนเองในด้านเกษตรอินทรีย์ จัดทำน้ำยาเอนกประสงค์โดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพและขยะวิทยา ได้ทำปุ๋ยหมัก น้ำยาฮอร์โมนต่างๆ ยาขับไล่แมลง และการจัดการแยกขยะอย่างถูกวิธี โดยได้รับการสนับสนุนจากโครงการชีววิถี การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และชมรมเพื่อช่วยเพื่อน


        การอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ผลิตไบโอดีเซลจากเมล็ดทานตะวัน สบู่ดำ โดยการสนับสนุนจากกลุ่มโรงน้ำตาลไทยรุ่งเรือง โครงการอนุรักษ์พลังงานในวัด ศูนย์วิจัยพืชไร่นครราชสีมา วัดพยัคฆาราม และมหาวิทยาลัยนอร์ท เชียงใหม่

         การจัดการศึกษารูปแบบใหม่ โดยการบูรณาการ 8 สาระการเรียนรู้เข้าสู้สู่บริบทชุมชนของตนเอง ทั้งยังนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงและไอซีที มาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม เพื่อให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ของการศึกษาอย่างแท้จริง ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักพัฒนานวัตกรรม สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน วิทยาลัยสารพัดช่างเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยนอร์ทเชียงใหม่

       วัดพระบรมธาตุดอยป่าส้ม  ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่สาบ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ การเดินทางจากอำเภอสะเมิง เดินทางไปอีก 30 กิโลเมตร โดยยึดเส้นทางเดินรถสะเมิง-ยั้งเมิน (ถนนห้วยทรายขาว) ผ่านหมู่บ้านแม่สาบ-แม่ขาน-หาดส้มป่อย-อมลอง-แล้วจึงถึงวัด ติดต่อสอบถามคุณน้อย 08-9952-6266 และ 08 9926-3877

-------------------------------------------------------------------------------------------

ศูนย์การเรียนรู้เชิงปฏิบัติการเศรษฐกิจพอเพียง วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม


เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2551 เวลา14.00 น. ศูนย์คุณธรรมร่วมพิธีเปิดศูนย์การเรียนรู้เชิงปฏิบัติการเศรษฐกิจพอเพียง  

   โดย พลเอกปรีชา เอี่ยมสุพรรณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบภายใน นาวสาวนราทิพย์  พุ่มทรัพย์ ผอ.ศูนย์คุณธรรม นางสาวอังคณา เชาว์วัฒนาพานิช ผู้ตรวจสอบภายใน นางวิไลวรรณ ถึกไทย ผอ.ฝ่ายบริหารแผน1 นางสาวอมรรัตน์ ธีรสรรเพชญ เจ้าหน้าที่ศูนย์คุณธรรม

     ศูนย์การเรียนรู้เชิงปฏิบัติการเศรษฐกิจพอเพียง วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม นี้ตั้งอยู่ ณ วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม ตำบลยั้งเมิน อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ โทรศัพท์ 089-926-3877 และ089-952-6266 โดยผู้รับผิดชอบโครงการ คือ พระสรยุทธ ชยปญฺโญ รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม และพระสังคม ธนปญฺโญ

     ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้จัดตั้งขึ้นโดนมีวัตถุประสงค์เพื่อ นำหลักพนะพุทธศาสนา และเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้เป็นรูปธรรม โดยการทดลองใช้จริง เช่น การอนุรักษ์ดินและน้ำ การผลิตสารอินทรีย์ชีวภาพ ทกแทนการใช้สารเคมี การปลูกสตรอเบอรี่อินทรีย์ การบริหารจัดการขยะ เป็นต้น



















โฮม สคูล ?ดอยผาส้ม? จากสงฆ์สู่ต้นทางการศึกษาภาคชนบทแนวใหม่

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 5 เมษายน 2552 18:31 น.

'ดอย ผาส้ม' เป็นภูสูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,200 เมตร และห่างไกลความเจริญ มองไปรอบๆ รายล้อมด้วยภูลูกอื่นๆ ข้างบนลมหนาวยังพัดเฉื่อยฉิวแม้จะเข้าหน้าร้อนและใบไม้ข้างล่างเริ่ม แห้งกรอบแล้วก็ตาม ห่างเชิงเขาออกไปเล็กน้อยมีถนนตัดผ่าน เป็นเส้นทางไปมาระหว่าง 2 หมู่บ้านเล็กๆ ถนนเส้นนี้แยกมาจากอำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ราว 30 กิโลเมตร เส้นทางค่อนข้างคดโค้งชวนเวียนหัว

      
       ทิวทัศน์ที่มองจากจุดสูงสุดของดอยผาส้มโดยรอบ 360 องศา จะแลเห็นยอดดอยม่อนอยู่ไกลลิบ ดอยผาส้ม เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่อยู่ในอำเภอสะเมิงมาช้านานแล้ว เป็นดอยสูงตั้งอยู่ที่รอยต่อตำบลแม่สาบและตำบลยั้งเมิน ซึ่งอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่
      
       หากย้อนกลับไปเมื่อราว 70 กว่าปีที่ผ่านมา ครูบาศรีวิชัย อริยสงฆ์แห่งลานนาได้จาริกมาที่สะเมิง ท่านได้ร่วมกับครูบาอุปาระสร้างสถูปใหม่ในที่เดิม กาลผ่านมาอีกยาวนาน ในปี 2548 พระพุทธพจนวราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่ ได้นำคณะสงฆ์มาร่วมกันบูรณะพุทธสถานแห่งนี้ให้มีชีวิตชีวาขึ้นใหม่ โดยได้รับแรงศรัทธาจากชาวบ้านบ้านนอมลอง อังคาย และยั้งเมิน ทั้งยังมีศรัทธาจากพุทธบริษัทจากทั่วสารทิศสร้างพระมณฑปจตุรมุขครอบพระสถูป น้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพุทธบูชา และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสพระชนมายุครบ 80 พรรษาในปี 2550 โดยมีพิธีประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุบนยอดมณฑป เมื่อปี 2549
      
       ปัจจุบัน วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม มีพระสรยุทธ ชยปัญโญ รักษาการเจ้าอาวาส โดยได้น้อมนำแนวพระราชดำริจากในหลวง เรื่อง 'บวร' ซึ่งหมายถึง 'บ้าน-วัด-โรงเรียน' มาใช้เป็นหลักในการพัฒนา ทั้งได้อาศัยแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงเน้นการพึ่งตนเองเป็นหลัก ซึ่งมีการทำกิจกรรมทั้ง 4 ด้าน คือ 1. การอนุรักษ์ป่าไม้ ต้นน้ำลำธาร 2. การพึ่งพาตนเองในด้านเกษตรอินทรีย์ 3. การอนุรักษ์พลังงานและใช้พลังงานทดแทน 4. การจัดการศึกษารูปแบบใหม่
      
       ท่ามกลางกระแสของนักเรียนในเมืองแย่งกันหาที่เรียนในโรงเรียนมีชื่อเสียง ตามระบบปกติที่เคยเป็นมา ยังมีแสงเทียนแห่งการศึกษาวูบเล็กๆ ส่องอยู่บนปลายดอยอันห่างไกล
      
       วัดพระบรมธาตุดอยผาส้มคล้ายกำลังปฏิรูประบบการศึกษาด้วย ?โฮม สกูล? เพื่อเป็นโรงเรียนแบบใหม่สำหรับเด็กในชุมชนที่กำลังเติบโตขึ้นในโลกอันทัน สมัยนี้ น่าสนใจว่าอาจเป็นคำตอบสำหรับแนวการศึกษาภาคชนบทอย่างแท้จริงได้ในอนาคต
      
       โฮม สกูล เบ้าหลอมแห่งธรรมะ ของ ?พระอาจารย์สรยุทธ?
       จากอดีตวัยเด็กเติบโตมาตามสูตรของเด็กผู้ชายในกรุงเทพฯทั่วไป สมัยมัธยมศึกษาตอนต้นเรียนโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนและไปต่อมัธยมศึกษาตอน ปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ต่อมาสอบได้ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และจบปริญญาโทด้านวิศวกรรมศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยสแตมฟอร์ด สหรัฐอเมริกา โดยใช้เวลาเพียงปีเดียว ก่อนได้งานที่ธนาคารโลก แล้วเปลี่ยนไปทำให้บริษัทสายการบินฟินิกซ์ ที่แอริโซนา ก่อนที่จะละทางโลกเข้าสู่ทางธรรม
      
       ปัจจุบันพระสรยุทธ ชยปญฺโญ พระอาจารย์หนุ่มศิษย์หลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ แห่งวัดป่าบ้านค้อ จังหวัดอุดรธานี กำลังขะมักเขม้นพัฒนาในแนวทางของ ?บวร? อยู่บนยอดดอยผาส้ม โดยมีฐานที่มั่นอยู่ที่วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม
      
       ล่าสุด นักพัฒนาจากแดนสงฆ์คนนี้ เริ่มต้นพัฒนาชุมชนและเยาวชนผ่านโฮม สกูล โดยมีที่มาจากการไปพบกับคุณหญิง ดร.กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา กรรมการและเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่งานอัศจรรย์เด็กไทย เมืองทองธานี
      
       โดยที่พระสรยุทธได้พูดคุยและบอกกับดร.กษมาว่า การศึกษาของเด็กที่อยู่ชายขอบจะเอาการศึกษาแบบส่วนกลางมาให้เรียนใช้แก้ไข ปัญหาชุมชนไม่ได้ แต่ที่เป็นอยู่คือ เด็กต้องออกไปเรียนจบ ม.6 จากนอกชุมชน พ่อแม่ก็ไม่รู้ว่าเรียนแบบไหน แม้ไม่อยากให้ไปแต่ก็ไม่มีทางเลือก ซึ่งคุณหญิงกษมายอมรับว่ามีปัญหาจริง พระสรยุทธจึงเสนอว่าถ้ามีหลักสูตรการศึกษาเองขอทดลองได้หรือไม่ ท่านรับว่าจะช่วยดูให้และมอบหมายไปยังเขตการศึกษาจังหวัดเชียงใหม่
      
       ?ทดลองลองผิดลองถูกมามาก เพราะโฮม สกูลในลักษณะทำงานชุมชนนั้นไม่มี ที่มีส่วนมากเป็นลูกหมอ ลูกทนาย ที่พ่อแม่สอนเอง ในช่วงทดลองเจอปัญหาหนึ่งคือโรงเรียนที่เด็กจบมาไม่ได้สร้างลักษณะอันพึง ประสงค์ เช่น ความมีวินัย ความซื่อสัตย์ ความสนใจใฝ่รู้ แม้โรงเรียนจะประเมินผลด้วยการให้ ผ.หรือ มผ. แต่ถ้า ผ.จริงไม่เป็นอย่างนี้ ให้ผ่านๆ ไปจึงรับภาระจากโรงเรียนที่ไม่สามารถปั้นเด็กได้ ด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่รู้
      
       ?เด็กแต่ละคนมีปัญหาคนละอย่าง ตอนนี้รู้ทางคือไม่ทรีตเด็กเป็นเด็ก ถ้าคิดว่าชั้นเป็นครู เธอเป็นเด็ก ทำหน้าที่รับคำสั่งอย่างเดียว แบบนั้นไม่ได้ มันเหมือนคนพิการแบมือขอทาน ครูจึงไม่สั่งแต่ใช้การคุยเยอะ การสั่งถึงเอามีดจ่อคอเด็กก็ไม่ทำเพราะเขาไม่มีส่วนร่วมแต่ตอนนี้ปั้นกระบวน การให้มีส่วนร่วม?
      
       พระสรยุทธบอกเล่าถึงประสบการณ์ว่า ได้ทำการทดสอบว่าเด็กถนัดอะไร บางคนชอบวาด บางคนชอบถ่ายรูป บางคนชอบร้องเพลง ใครชอบอะไรก็สอนกันตัวต่อตัว เด็กก็ทำได้ดี เรียนรู้เร็วไม่เบื่อ
      
       ?พยายามให้เด็กมีความสุขกับการเรียน ทำกิจกรรมที่ชอบ สนใจ ความสัมพันธ์กับครูแนบแน่น ดุหรือตีก็ไม่ว่า เด็กมีความเกรงใจกันมากขึ้น พูดก็เชื่อ อย่างทำงานรวมเรื่องการทอดกล้วย คนชอบเพลงให้แต่งเพลงทอดกล้วย คนวาดก็ให้วาดรูป แล้วก็ให้คิดโครงการเอาไปขาย รูปและเพลงก็เอาไปใช้เป็นส่วนประกอบ?
      
       หลักสูตรโฮม สคูล ของวัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม ยังเน้นไปที่ความสอดคล้องกับทิศทางพัฒนาชุมชนชนบทที่พยายามปลดแอกจากหนี้สิน ที่พอกพูน พระสรยุทธ กล่าวว่า แนวทางที่นำมาใช้กับชุมชน คือ แนวทางพระราชดำริ ?บวร? หรือ บ้าน วัด โรงเรียน สัมพันธ์กันโดยอาศัยแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงเป็นตัวขับเคลื่อนชุมชนพร้อมกันใน 4 ด้าน คือ ทุนของสังคมเกษตร การพึ่งพาตนเอง พลังงานทดแทน และการศึกษา ซึ่งหลักสูตรและการปฏิบัติงานของเด็ก Home School จะสอดคล้องกับแนวทางเหล่านี้
      
       ?การศึกษาที่ให้กู้เรียนไปเรื่อยๆ แต่มีหนี้ตั้งแต่เริ่มต้นไม่มีความสุขหรอก ถ้าเรียนฟรีน่าจะให้เรียนมหาวิทยาลัยฟรีด้วย แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าฟรีหมดแล้วจะดี เหมือนอย่างคิวบา บราซิล ให้เรียนมหาวิทยาลัยฟรีเลยจบหมอ จบวิศวะเต็มไปหมด แต่ไม่มีงานทำ เป็นเพราะไม่ได้ดูอุปสงค์อุปทาน ประเทศไทยนั้นต้องการผู้ผลิตอาหาร อนาคตประเทศนี้จะขาดผู้ผลิตอาหาร เพราะประเทศนี้สร้างแต่คนมีปริญญา อาชีพเกษตรถูกดูถูก? พระสรยุทธวิจารณ์แนวทางจัดการศึกษาของรัฐทั้งยังบอกอีกว่า
      
       ?อาตมาเรียนมาก่อนเลยเห็นโทษ การเรียนระบบปัจจุบันเหมาะกับคนบางกลุ่มเท่านั้น นำมาใช้ 100 เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ นิสัยคนเราไม่เหมือนกันบางคนต้องการอยู่ในเมืองก็ให้อยู่ไป แต่ขอทางเลือกให้คนที่อยากอยู่ในชนบทด้วย ปัจจุบันมันไม่มีทางเลือกนี้ การศึกษาลากคนเข้าส่วนกลางหมดไม่เปิดช่องอื่นเลย บางคนบอกเรียนอาชีพก็ให้ไปเรียนอาชีวะสิ แต่เรียนอาชีวะอะไรบ้างที่นำกลับมาประกอบอาชีพที่บ้านได้ ระบบการเรียนตอนนี้ไม่ได้เรียนเพื่อกลับมาท้องถิ่น แต่เรียนเพื่อไปของานทำ?
      
       ท่านมองว่า ท้องถิ่นเองจำเป็นต้องถูกพัฒนาให้เข้มแข็ง แม้จะอยู่แบบชนบทก็ต้องไปให้ทันโลก ไฮเทคได้ มีศูนย์คอมพิวเตอร์ได้ เพราะประเทศตะวันตกอย่างลอนดอนหรือปารีสนั้นในตัวเมืองฟุ้งเฟ้อมาก แต่ถ้าออกไปนอกเมืองหน่อย บรรยากาศจะเป็นอีกแบบไปเลย เป็นป่า เป็นชนบทเก่าแก่ เขาทำหน้าที่ผลิตอาหารส่งเมือง มีวัวแต่ก็มีอินเตอร์เน็ท ความทันโลกเป็นสิ่งจำเป็นแต่จุดเด่นของชุมชนคือการพึ่งตนเองและต่อรองได้
       หลักสูตร Home School ในสายตาพระสรยุทธจึงไม่ใช่การปฏิเสธความเป็นจริงของโลก แต่เป็นการเปิดพื้นที่ทางเลือกให้กับภาคส่วนชนบทและส่งไม้ต่อให้อนาคตอย่าง ยั่งยืน

[
      
       ?ดอยผาส้ม? กำลังเปลี่ยนไป
       ปัจจุบันค่านิยมของการศึกษาไม่ได้อยู่ที่ ?ความรู้? หรือ ?การใช้ประโยชน์? แต่เป็นเรื่องของภาพลักษณ์เสียส่วนใหญ่ โรงเรียนที่โด่งดังมีชื่อเสียงยิ่งเป็นที่นิยม ระดับคุณค่าของความเป็นมนุษย์เริ่มชี้วัดกันด้วยระดับดีกรีปริญญาและชื่อ เสียงของสถาบันการศึกษา ในขณะที่ปากของผู้คนพร่ำบ่นเรียกหาสังคมคุณธรรม ความสัมพันธ์ของคนกับวัดกลับถูกทอดทิ้งเหลือเพียงความรู้สึกจางๆ จากอดีตไว้เบื้องหลัง
      
       โฮมสกูล (Home School) เป็นแนวคิดและรูปแบบการศึกษาทางเลือกที่ให้สิทธิพ่อแม่ จัดการศึกษาให้ลูกได้ด้วยตนเองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โฮมสกูลเกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศตะวันตก จนแพร่หลายและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ โดยมีการประมาณการว่าปัจจุบันมีเด็กที่เรียนอยู่กับบ้านทั่วโลกราว 2-3 ล้านคน โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกามีมากถึง 1.23 ล้านคน และคาดว่าในปี 2552 มีเด็กอเมริกันที่เรียนอยู่กับบ้านเป็นจำนวนถึง 6.87 ล้านคน
      
       จากการประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้ง สำคัญยิ่งในแวดวงการศึกษา รูปแบบของโฮมสคูลนั้น อาจจัดหลักสูตรที่ไม่มีโครงสร้างตายตัวแต่เน้นความหลากหลาย ให้ลูกเรียนรู้คู่ไปกับการสัมผัสชีวิต นั่นก็คือเป็นไปตามธรรมชาติของวิถีชีวิตในแต่ละครอบครัว ในแต่ละวันนั่นเอง
      
       เสียงพระธรรมก้องกังวาน ?วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม? ทำให้ได้กลับไปสัมผัสถึงบรรยากาศความศรัทธาในพระศาสนาที่ผิดแผกแตกต่างออกไป จากความคุ้นเคย แม้พุทธสถานจะสถิตบนภูสูงตามชื่ออารามก็ตาม แต่กลับยังเป็นศูนย์กลางชุมชนที่รายรอบได้คล้ายดังอดีตกาลย้อนคืน
      
       ?โตขึ้นอยากเป็นเกษตรกร เพราะถ้าเราไม่ทำใครจะทำต่อจากพ่อแม่? ปณิธาน ตาสม เด็กชายตัวน้อยกล่าวขึ้นอย่างมีปณิธานตามชื่อ ทั้งที่ทุกวันนี้เกษตรกรในอำเภอสะเมิงรวมทั้งพ่อและแม่มีหนี้สินติดตัวจาก การทำไร่สตรอเบอรี่ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะความผูกพันกับวิถีชีวิตอันเรียบง่ายที่พบเห็นได้ทุก วันทำให้เขามีความสุขที่จะเป็นแบบพ่อและแม่
      
       ปณิธาน เลือกที่จะไม่เรียนต่อในเมือง แต่เลือกเข้าเรียนต่อมัธยม 1 ที่ โฮม สกูล วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม ที่ ?พระอาจารย์สรยุทธ ชยปัญโญ? เริ่มไว้เมื่อปีกลาย สิ่งที่เขาชอบมากคือการมีส่วนเสนอหลักสูตรการเรียนได้เอง ตอนนี้ปณิธานอยากเรียนเรื่องระบบนิเวศน์และการทำปุ๋ยชีวภาพ ส่วนก่อนหน้านี้การได้ออกไปดูงานนอกพื้นที่บวกกับการเป็นคนชอบเลี้ยงสัตว์ จึงเลี้ยงแพะเป็นโครงการส่งครูด้วย
      
       ปณิธานให้ดูสมุดเรียนในย่าม มีหน้าหนึ่งที่ครูให้วาดภาพสิ่งที่ประทับใจกับสิ่งที่สะเทือนใจ เขาวาดภาพผลสตรอเบอรี่เป็นลายเส้นปากกาง่ายๆ แต่เก็บรายละเอียดสวยงาม ส่วนอีกภาพหนึ่งเป็นสตรอเบอรี่ช้ำๆ ถูกแมลงกัดแทะ...ภาพวาดนี้ในสมุดสะท้อนปณิธานในหัวใจเด็กชายคนหนึ่งออกมา อย่างลึกซึ้ง เป็นภาพของความรักความผูกพันกับวิถีชีวิตและสอดคล้องกับความฝันของตัวเอง เป็นอย่างยิ่ง
      
       ปัจจุบัน ใน โฮม สกูล แห่งนี้ มีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาต้น 5 คน และมัธยมปลาย 2 คน มีกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบพี่สอนน้องและเรียนไปด้วยกันโดยแบ่งการเรียน รู้เป็น 3 ช่วงใหญ่ คือ ?เปิดทางฝัน? ซึ่งจะนำเด็กๆไปดูงานที่ต่างๆ เพื่อค้นหาตัวเอง เช่น ที่โครงการพิเศษสวนเกษตรเมืองงาย ดูการเพาะเห็ด ทำปุ๋ย เกษตรอินทรีย์ เกษตรผสมผสานรวมไปถึงการแปรรูป หรือการเข้าอบรมการเลี้ยงแพะ หมูหลุม ไบโอแก๊ส การทำเกษตรปลอดสารพิษที่คณะเกษตรศาสตร์ โรงเรียนชาวนาจังหวัดเชียงราย เป็นต้น
      
       จากนั้นช่วงที่ 2 เป็น ?การก่อร่างสร้างฐาน? คือการนำความสนใจจากความรู้ต่างๆมาหลอมรวมกับจินตนาการ สู่การปฏิบัติการทดลองด้วยตนเอง ปัจจุบันที่ศูนย์การเรียนรู้ โฮม สกูล มีทั้งแปลงพืชอินทรีย์เล็กๆ และเลี้ยงหมูหลุม 3-4 ตัว ส่วนช่วงสุดท้ายคือ ?เชื่อมโยงสู่การเรียนรู้? เข้ากับสิ่งรอบตัว ส่วนนี้เป็นเรื่องของการประยุกต์ใช้
      
       บางคนอาจสงสัยเรื่องมาตรฐานทางความรู้ ปณิธาน บอกว่า จะต้องไปสอบวัดระดับความรู้ที่เขตการศึกษาจังหวัดเชียงใหม่เป็นระยะๆ นอกจากนี้ในตารางเรียนรอบสัปดาห์จะมีสองวันเรียนวิชาสามัญเหมือนนักเรียนใน หลักสูตรปกติ ส่วนอีกสองวันเรียนเกษตรกับเข้าฐานปฏิบัติงาน และจะต้องมีวันหนึ่งเรียนธรรมะกับพระอาจารย์สรยุทธ
      
       ?????
      
       เสียงลมภูเขาพัดต้องกิ่งสนหวีดหวิววังเวงยามค่ำ เงาทะมึนกิ่งก้านขยับแกว่งลึกลับน่ากลัว ทว่าแสงไฟที่สาดส่องกระทบพระมณฑปพระธาตุฯ ขับความมืดดูสว่างอบอุ่นดุจพระธรรม ศิษย์ตถาคตเริ่มสวดมนต์แล้ว ศาสนิกชนเปี่ยมศรัทธามากันล้นศาลาแต่ดูไปแล้วเหมือนเพิงไม้ที่สร้างแบบง่ายๆ หลังหนึ่งมากกว่า คำขานรับบาลีสอดแทรกเสียงลมหนักแน่นกังวานผ่านขุนเขาแมกไม้สงบและขรึมขลัง
      
       อีกทางหนึ่ง โฮม สกูล ดอยผาส้ม เพื่อพัฒนาถิ่นฐานบ้านเฮาก็กำลังลงหลักปักฐานอย่างมั่นคง
      
       ......................................
      
       เรื่อง : ทีมข่าวปริทรรศน์
      
       ข้อมูลจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
พระสังคม ธนปัญโญ นำแนวพระราชดำริช่วยชาวบ้าน
       
รายงานโดย :วรธาร ทัดแก้ว:
       
วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เมื่อครั้งเดินทางไปร่วมโครงการฟื้นฟูทะเลไทยจากภูผาสู่มหานทีด้วยพลังเบญจภาคีที่ จ.ชุมพร

มี โอกาสได้สนทนากับพระนักส่งเสริมและพัฒนาชุมชนรูปหนึ่งคือ พระสังคม ธนปัญโญ ในฐานะผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ ซึ่งท่านกล่าวว่าที่วัดพระธาตุดอยผาส้ม อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ อันเป็นวัดที่ท่านจำพรรษานั้น มีศูนย์การเรียนรู้เชิงปฏิบัติการเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริด้วย โดยมีเจ้าอาวาสเป็นผู้อำนวยการศูนย์ และมีท่านในฐานะรองเจ้าอาวาสเป็นรองผู้อำนวยการศูนย์ฯ ช่วยกันขับเคลื่อนศูนย์มาตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบัน


ศึกษาแนวพระราชดำริ

พระ อาจารย์สังคม ภูมิหลังเคยเป็นช่างภาพหนังสือพิมพ์ เป็นนักจัดรายการวิทยุทั้งในและต่างประเทศ มีประสบการณ์เรียนและทำงานในต่างประเทศ 10 ปี และก่อนอุปสมบทได้เป็นหนึ่งในช่างภาพเฉพาะกิจของประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการรัฐเทกซัส

พอบวชแล้วได้เน้นงานอบรมธรรมะแก่เยาวชน แต่พระอาจารย์สังคมว่า ทำไปช่วงหนึ่งก็เห็นว่ายังไม่ครอบคลุมถึงครอบครัวและชุมชน จึงได้คิดหาวิธีใหม่ๆ จนได้มาศึกษาแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ตรัสว่า บ้าน วัด โรงเรียนต้องเกื้อหนุนส่งเสริมกันและกัน กอปรกับได้อ่านคติพจน์ของหลวงปู่จันทร์ กุสโล อดีตเจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร และเป็นผู้อุปถัมภ์วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม ที่ว่าเศรษฐกิจจิตใจแก้ไขพร้อมกัน ทำให้เกิดประกายความคิดที่จะสอนชาวบ้าน โดยใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริฯ มาเป็นแนวทาง

“ตั้งแต่นั้นอาตมาได้เริ่มเก็บข้อมูลของชาวบ้านและชุมชนจนรู้ว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นทุกข์ เพราะมีหนี้สินติดตัวจึงได้ไปติดต่อกับเครือข่ายเศรษฐกิจพอเพียง กระทั่งมีโครงการต่างๆ ได้พยายามติดต่อเข้ามาช่วยชาวบ้าน เช่น โครงการมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ โครงการไบโอดีเซล โครงการชีววิถีของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ โครงการสร้างฝายแฝกตามโครงการพระราชดำริ เป็นต้น ทำให้ชาวบ้านเริ่มมีความหวังในชีวิต”


ขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง

พระนักพัฒนาชุมชนเมื่อได้มองเห็นปัญหาต่างๆ ของชาวบ้านด้วยการใช้ปัญญาพิจารณาตามหลักอริยสัจสี่แล้ว จึงร่วมกับเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยผาส้มเริ่มการแก้ปัญหาความยากจนของชาวบ้าน และชุมชน โดยการน้อมนำเอาหลักเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริมาทำที่วัดโดยมี 4 แผนหลักใหญ่ๆ


1.โครงการอนุรักษ์น้ำ รักษาทรัพยากรธรรมชาติป่าต้นน้ำ สร้างฝาย (Check Dam) และปลูกหญ้าแฝกตามแนวพระราชดำริปลูกป่า 3 อย่าง ให้ประโยชน์ 4 อย่าง โดยใช้ธนาคารต้นไม้เป็นตัวนำร่องปลูกต้นไม้ในใจคน

พระ อาจารย์ กล่าวว่า ทรัพยากรธรรมชาติมีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของคนเรา และภาคเหนือเป็นแหล่งรวมทรัพยากรธรรมชาติของไทย ซึ่งหากมีการตัดไม้ทำลายป่าเผาป่าจะส่งผลกระทบต่อแม่น้ำปิง วัง ยม น่าน และเจ้าพระยา ดังนั้นจึงต้องปลูกป่าทำแนวทางกั้นไฟป่า

“อาตมาได้พยายามชักนำหน่วยงานต่างๆ เข้ามาช่วยทำงานร่วมกันกับชาวบ้านเพื่อให้ชาวบ้านได้ตระหนักถึงปัญหาและเกิด ความรู้สึกอยากปกป้องรักษาป่าเองไม่ใช่เพราะการบังคับ และได้นำโครงการธนาคารต้นไม้ (Tree Bank) เข้ามาดำเนินการเป็นสาขาแรกในภาคเหนือ จัดทำสมุดบัญชีและปลูกป่าต้นน้ำ เริ่มโครงการปลูกป่าสร้างฝายถวายในหลวงอย่างต่อเนื่อง ร่วมโครงการพลิกฟื้นผืนป่าด้วยพระบารมีของกองทัพบก จัดอบรมเวทีปลูกต้นไม้ในใจคน เปิดสาขาภาคเหนือกว่า 20 สาขา เชิญชวนปลูกต้นไม้มากกว่าแสนต้น และสร้างฝายถวายในหลวงกว่า 2,500 ฝาย จัดทำโครงการเขตป่าอนุรักษ์พิเศษกว่า 1 หมื่นไร่ ให้รอดจากไฟป่าจนทางวัดได้รับรางวัลการป้องกันรักษาไฟป่าและหมอกควันติดต่อ กัน 2 ปีซ้อน ปัจจุบันเป็นที่น่าดีใจที่ชุมชนมีป่าต้นน้ำที่อุดมสมบูรณ์อย่างเห็นได้ชัด”

2.การส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ อาหารปลอดภัย สุขภาพดีขึ้น

สาเหตุอันหนึ่งที่ชาวบ้านเป็นหนี้ก็คือการไปกู้เงินซื้อปุ๋ยเคมีมา ใช้ทำให้เป็นหนี้ กล่าวคือเมื่อผลผลิตไม่ได้ตามเป้าก็ทำให้ต้องเป็นหนี้ พระอาจารย์จึงปรึกษากับผู้รู้และเชิญหน่วยงานที่ทำเรื่องเกษตรอินทรีย์ สารชีวภาพต่างๆ มาให้ชาวบ้านทดลองทำ พยายามช่วยให้ชาวบ้านทำน้ำยาล้างจาน สบู่ แชมพู ทำปุ๋ยใช้เอง ส่วนอาหาร เสื้อผ้า ที่พัก ยารักษาโรค ก็ใช้หลักการของในหลวงคือให้ชาวบ้านช่วยเหลือตนเองให้มากที่สุด

“พร้อมได้จัดหาทุนช่วยเหลือจากมูลนิธิต่างๆ มาสร้างศูนย์การเรียนรู้การพึ่งตนเองจากฐานงานต่างๆ อย่างได้ผล ช่วยจัดการบริหารแหล่งน้ำด้วยการสร้างฝายทั้งชั่วคราวและแบบถาวรเพื่อให้ ชุมชนมีน้ำใช้ในหน้าแล้งอย่างเพียงพอ จนชาวบ้านพึ่งตนเองได้ในระดับที่น่าพอใจ ไม่ต้องซื้อน้ำยาซักผ้า สบู่ ปุ๋ย ยา สารเคมี ทำให้ลดค่าใช้จ่ายได้มาก ทั้งยังเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนได้เป็นกอบเป็นกำ เช่น ทำน้ำยาอเนกประสงค์ส่งขายให้กับหน่วยราชการต่างๆ ได้อีกทางหนึ่งด้วย”


3.การส่งเสริมพลังงานทดแทน

การส่งเสริมพลังงานทดแทนพระอาจารย์ได้ติดต่อกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและ อนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เพื่อนำวัดเข้าสู่โครงการอนุรักษ์พลังงาน รวมทั้งร่วมกับทางคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนาเรื่องพลังงานลมแต่ยังอยู่ในช่วงทดลอง แต่ในขณะเดียวกันได้ส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกดอกทานตะวันเพื่อใช้เมล็ดผลิต เป็นเชื้อเพลิงใช้ในรถยนต์ ซึ่งปัจจุบันปรากฏว่าชุมชนมั่นใจและเกิดความเชื่อมั่นว่าน้ำมันจากเมล็ด ทานตะวันสามารถใช้กับรถยนต์ได้จริง 100% ทำให้มีการเร่งปลูกทานตะวันหลังการเก็บเกี่ยวข้าวพืชหลักของตน

4.การจัดการศึกษารูปแบบใหม่ด้วยโฮมสกูล (Home School) เพื่อเป็นโรงเรียนแบบใหม่สำหรับเด็กในชุมชนที่กำลังเติบโตขึ้นในโลกอันทัน สมัยนี้

การศึกษารูปแบบใหม่นี้ พระอาจารย์ กล่าวว่า อาจเป็นคำตอบสำหรับแนวการศึกษาภาคชนบทอย่างแท้จริงในอนาคต เพราะปัจจุบันคนหนุ่มสาวพากันออกจากหมู่บ้านเข้าไปทำงานในเมืองหรือเข้าไป เรียนในเมืองกันหมด ฉะนั้นสิ่งที่ต้องทำคือพยายามดึงเด็กรุ่นใหม่ให้อยู่ในหมู่บ้านให้มากที่สุด แต่ในขณะเดียวกันเด็กต้องได้รับการศึกษาไปพร้อมกันด้วยแต่ต้องเป็นการศึกษา ที่สามารถตอบสนองวิถีชีวิตของชุมชนด้วย

“การศึกษาในปัจจุบันตอบสนองนโยบายชาติ แต่ไม่ตอบสนองความต้องการของครอบครัว ความตั้งใจของอาตมาคือต้องการให้รู้เท่าทันคน สามารถทำงานไปด้วยแต่ก็ได้รับความรู้จากการทำงานด้วย การทำเช่นนี้ถึงจะช่วยพ่อแม่ปลดหนี้สินได้ แต่ถ้าให้พ่อแม่กู้หนี้ยืมสินไปส่งลูกเรียน ลูกจบออกมาก็ต้องทำงานใช้หนี้ ต้องทิ้งบ้านออกไปทำงานในเมือง พ่อแม่ถูกทอดทิ้ง ไร่นาไม่มีคนทำ ปัญหาสังคมก็ตามมา”


พระอาจารย์อธิบายให้ฟังเกี่ยวกับหลักสูตรโฮมสกูลของวัดพระธาตุดอย ผาส้มว่า เน้นไปที่ความสอดคล้องกับทิศทางพัฒนาชุมชนชนบทที่พยายามปลดแอกจากหนี้สินที่ พอกพูน ซึ่งแนวทางที่นำมาใช้กับชุมชนคือแนวทางพระราชดำริ “บวร” หรือบ้าน วัด โรงเรียนสัมพันธ์กัน โดยอาศัยแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงเป็นตัวขับเคลื่อนชุมชนพร้อมกันใน 4 ด้าน คือ ทุนของสังคมเกษตร การพึ่งพาตนเอง พลังงานทดแทน และการศึกษา ซึ่งหลักสูตรและการปฏิบัติงานของเด็ก Home School จะสอดคล้องกับแนวทางเหล่านี้

“ปัจจุบัน ในโฮมสกูลแห่งนี้มีนักเรียนมัธยมต้น 5 คน มัธยมปลาย 3 คน มีกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบพี่สอนน้องและเรียนไปด้วยกัน โดยแบ่งการเรียนรู้เป็น 3 ช่วงใหญ่ คือเปิดทางฝัน ซึ่งจะนำเด็กๆ ไปดูงานที่ต่างๆ เพื่อค้นหาตัวเอง ช่วงที่ 2 เป็นการก่อร่างสร้างฐาน คือ การนำความสนใจจากความรู้ต่างๆ มาหลอมรวมกับจินตนาการสู่การปฏิบัติการทดลองด้วยตนเอง และช่วงสุดท้ายคือ เชื่อมโยงสู่การเรียนรู้เข้ากับสิ่งรอบตัว ซึ่งส่วนนี้เป็นเรื่องของการประยุกต์ใช้”

สำหรับมาตรฐานทางความรู้นั้นนักเรียนของโฮมสกูลคนหนึ่งบอกว่าจะ ต้องไปสอบวัดระดับความรู้ที่เขตการศึกษาจังหวัดเชียงใหม่เป็นระยะๆ ในตารางเรียนรอบสัปดาห์จะมี 2 วันเรียนวิชาสามัญเหมือนนักเรียนในหลักสูตรปกติ ส่วนอีก 2 วันเรียนเกษตรกับเข้าฐานปฏิบัติงานและจะต้องมีวันหนึ่งเรียนธรรมะกับพระ อาจารย์ที่วัด

พระอาจารย์สังคม กล่าวว่า จากการพัฒนาวัดด้านถาวรวัตถุมาสู่การพัฒนาจิตใจ และพัฒนาวิถีชีวิตของคนในชุมชนด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราช ดำริฯ จากคติธรรมของหลวงปู่จันทร์ กุสโล มาเป็นการบูรณาการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งทั้ง 4 ด้านอย่างครบวงจรดังกล่าว จนทำให้ชุมชนในละแวกหมู่บ้านอมลองและใกล้เคียงมีความสุขทั้งร่างกายและจิตใจ ชุมชนมีความหวังว่าจะหมดหนี้หมดสินในวันข้างหน้าอันใกล้

“อาตมารู้สึกมีความสุขที่ได้ช่วยเหลือชาวบ้านด้วยความเต็มใจ” พระสังคม กล่าว
จะไปวัดพระบรมธาตุดอยผาส้มต้องไปยังไงคะช่วยบอกหน่อยคะ
การเดินทางไปที่วัดพระธาตุดอยผาส้มขึ้นรถโดยสารสองแถวสายเชียงใหม่ สะเมิง ยั้งเมิน  รถจอดที่กาดหลวงมีรถวิ่งทุก ๓๐ หรือ ๔๐ นาที ไม่แน่ใจรถวิ่งผ่านหน้าวัด  ถ้าเป็นรถส่วนตัวก็ใช้เส้นทางเชียงใหม่-แม่ริม-สะเมิง  หรือหางดง-สะเมิง ก็ได้ถึงอำเภอสะเมิงถามคนในที่พื้นที่ว่าไปวัดทางใหนเขารู้กันหมด  ขอให้โชคดีและอนุโมทนาบุญ  (สิริปญํโญภิกขุ)
กลับไปหน้ารายชื่อกระทู้ ตอบกลับ เริ่มโพส